macbook air 11 inch Early 2014 vs macbook air 13 inch Early 2014: เปรียบเทียบสเปกและการใช้งาน
บทสรุปสั้น: MacBook Air รุ่น Early 2014 ทั้งขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว ใช้ขุมพลังประมวลผลระดับเดียวกันคือ Intel Core i5 เจเนอเรชันที่ 4 และกราฟิก Intel HD Graphics 5000 จึงให้ประสิทธิภาพการประมวลผลพื้นฐานแทบไม่ต่างกัน จุดชี้ขาดอยู่ท


ภาพประกอบสร้างด้วย AI · โปรดตรวจสอบสเปก ราคาและวันที่เปิดตัวจากแหล่งทางการก่อนตัดสินใจ
บทสรุปสั้น: MacBook Air รุ่น Early 2014 ทั้งขนาด 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว ใช้ขุมพลังประมวลผลระดับเดียวกันคือ Intel Core i5 เจเนอเรชันที่ 4 และกราฟิก Intel HD Graphics 5000 จึงให้ประสิทธิภาพการประมวลผลพื้นฐานแทบไม่ต่างกัน จุดชี้ขาดอยู่ที่ความคล่องตัวและฟังก์ชันเสริม โดยรุ่น 11 นิ้ว มีจุดเด่นด้านน้ำหนักเบาเพียง 1.08 กิโลกรัม พกพาสะดวกสูงสุด ขณะที่รุ่น 13 นิ้ว ได้เปรียบด้านหน้าจอขนาด 13.3 นิ้ว (อัตราส่วน 16:10), อายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่ยาวนานกว่าถึง 12 ชั่วโมง และมีช่องอ่าน SDXC Card ในตัว
ตารางเปรียบเทียบสเปก MacBook Air 11 นิ้ว vs 13 นิ้ว (Early 2014)
ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิคอย่างเป็นทางการของ Apple สำหรับ MacBook Air (Early 2014) ทั้งสองขนาดหน้าจอมีรายละเอียดดังนี้:
| คุณสมบัติ | MacBook Air 11 นิ้ว (Early 2014) | MacBook Air 13 นิ้ว (Early 2014) |
|---|---|---|
| หน้าจอแสดงผล | 11.6 นิ้ว LED-backlit ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล (16:9) | 13.3 นิ้ว LED-backlit ความละเอียด 1440 x 900 พิกเซล (16:10) |
| ชิปประมวลผล (CPU) | Intel Core i5 แบบ Dual-core ความเร็ว 1.4 GHz (Turbo Boost สูงสุด 2.7 GHz) *ตัวเลือกสั่งพิเศษ (CTO): Core i7 ความเร็ว 1.7 GHz |
|
| กราฟิก (GPU) | Intel HD Graphics 5000 | |
| หน่วยความจำ (RAM) | 4GB 1600MHz LPDDR3 (ออนบอร์ด, ปรับแต่งสั่งซื้อพิเศษได้สูงสุด 8GB) | |
| พื้นที่จัดเก็บข้อมูล (SSD) | PCIe-based Flash Storage ขนาด 128GB หรือ 256GB (สั่งพิเศษได้ 512GB) | |
| พอร์ตและการเชื่อมต่อ | USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต, Thunderbolt (สูงสุด 10 Gbps) 1 พอร์ต, MagSafe 2, ช่องหูฟัง 3.5 มม. | USB 3.0 จำนวน 2 พอร์ต, Thunderbolt 1 พอร์ต, ช่องเสียบการ์ด SDXC, MagSafe 2, ช่องหูฟัง 3.5 มม. |
| การเชื่อมต่อไร้สาย | Wi-Fi มาตรฐาน 802.11ac, Bluetooth 4.0 | |
| แบตเตอรี่และการใช้งาน | 38-watt-hour ท่องเว็บไร้สายสูงสุด 9 ชั่วโมง | 54-watt-hour ท่องเว็บไร้สายสูงสุด 12 ชั่วโมง |
| น้ำหนักและขนาด | หนา 0.3–1.7 ซม., กว้าง 30 ซม., ลึก 19.2 ซม., น้ำหนัก 1.08 กก. | หนา 0.3–1.7 ซม., กว้าง 32.5 ซม., ลึก 22.7 ซม., น้ำหนัก 1.35 กก. |
| ระบบปฏิบัติการสูงสุดที่รองรับ | macOS Big Sur (macOS 11) | |
ปีเปิดตัว ข้อมูลราคา และปัจจัยด้านมูลค่ามือสอง
Apple เปิดตัว MacBook Air รุ่น Early 2014 พร้อมกันในวันที่ 29 เมษายน 2014 โดยมีการปรับปรุงความเร็วซีพียูขึ้นเล็กน้อยและปรับลดราคาเปิดตัวลงจากรุ่นก่อนหน้า ในสหรัฐอเมริกา รุ่น 11 นิ้ว มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 899 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับความจุ 128GB) และรุ่น 13 นิ้ว เปิดตัวเริ่มต้นที่ 999 ดอลลาร์สหรัฐ (สำหรับความจุ 128GB) ส่วนราคาเปิดตัวในประเทศไทย ณ ขณะนั้น รุ่น 11 นิ้ว เริ่มต้นที่ 30,900 บาท และรุ่น 13 นิ้ว เริ่มต้นที่ 34,900 บาท
เนื่องจากอุปกรณ์รุ่นนี้มีสถานะเป็นผลิตภัณฑ์ที่ยกเลิกการให้บริการ (Obsolete Product) จากทาง Apple แล้ว มูลค่าในตลาดมือสองจึงขึ้นอยู่กับปัจจัยทางกายภาพและการใช้งานจริง ได้แก่:
- ขนาด RAM ที่ติดตั้งมาจากโรงงาน: รุ่นที่อัปเกรด RAM 8GB มาตั้งแต่แรกจะได้รับความสนใจมากกว่ารุ่น 4GB อย่างชัดเจน เพราะรุ่น 4GB เริ่มมีข้อจำกัดในการเปิดเว็บเบราว์เซอร์หรือแอปพลิเคชันยุคปัจจุบัน
- สภาพแบตเตอรี่ (Cycle Count): แบตเตอรี่เดิมที่ไม่บวมและมีรอบชาร์จต่ำจะรักษามูลค่าได้ดีกว่า เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนแบตเตอรี่เทียบกับมูลค่าตัวเครื่องค่อนข้างมีสัดส่วนสูง
- สภาพหน้าจอและบอดี้: หน้าจอไม่มีจุดขาว (White Spot) ไม่มีรอยกดทับจากคีย์บอร์ด และบอดี้อะลูมิเนียมไม่มีรอยบุบบริเวณมุมเครื่อง
เจาะลึกความต่างด้านการใช้งาน: 11 นิ้ว vs 13 นิ้ว
แม้จะมีสเปกภายในที่ทำงานได้เร็วเท่ากัน แต่สรีระภายนอกส่งผลต่อลักษณะการนำไปใช้งานที่ต่างกันอย่างชัดเจน:
1. พื้นที่หน้าจอและมุมมองการทำงาน
MacBook Air 11 นิ้ว มาพร้อมสัดส่วนจอภาพ 16:9 ความละเอียด 1366 x 768 พิกเซล เหมาะสำหรับการดูคอนเทนต์วิดีโอแบบจอกว้าง แต่มีพื้นที่แนวตั้งค่อนข้างจำกัด ทำให้ต้องเลื่อนหน้าจอ (Scroll) บ่อยครั้งเมื่ออ่านเอกสารหรือเข้าเว็บไซต์ยาวๆ ในทางกลับกัน รุ่น 13 นิ้ว ใช้สัดส่วน 16:10 ความละเอียด 1440 x 900 พิกเซล ซึ่งเพิ่มพื้นที่แนวตั้ง ทำให้ทำงานเอกสาร สเปรดชีต และจัดการไฟล์งานได้สะดวกสบายตากว่า
2. การพกพาและน้ำหนัก
รุ่น 11 นิ้ว มีขนาดกะทัดรัดเทียบเท่าสมุดจดงานและหนักเพียง 1.08 กิโลกรัม ใส่ในกระเป๋าเป้หรือกระเป๋าสะพายขนาดเล็กได้ง่าย เหมาะกับผู้ที่ต้องเดินทางตลอดเวลา หรือทำงานในพื้นที่จำกัด เช่น บนโต๊ะกาแฟขนาดเล็กหรือเบาะโดยสารเครื่องบิน ขณะที่รุ่น 13 นิ้ว แม้จะหนักกว่าที่ 1.35 กิโลกรัม แต่ยังถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของคอมพิวเตอร์พกพาทั่วไป
3. สล็อต SDXC Card และชั่วโมงแบตเตอรี่
สิ่งที่ผู้ใช้รุ่น 11 นิ้ว ขาดหายไปอย่างชัดเจนคือ "ช่องเสียบการ์ด SDXC" ซึ่งมีเฉพาะในรุ่น 13 นิ้ว ทำให้รุ่น 13 นิ้ว เหมาะกับตากล้องหรือผู้ที่ต้องการถ่ายโอนไฟล์ภาพจากการ์ดกล้องโดยตรง รวมถึงสามารถใช้การ์ด SD แบบพิเศษ (เช่น JetDrive) เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บข้อมูลได้ นอกจากนี้ แบตเตอรี่ของรุ่น 13 นิ้ว ยังจุได้มากกว่า ทำให้ใช้งานต่อเนื่องได้สูงสุด 12 ชั่วโมง เทียบกับ 9 ชั่วโมงของรุ่น 11 นิ้ว
เทคนิคการดูแลรักษาและวิธีตรวจเช็กสภาพเครื่อง
สำหรับผู้ที่ใช้งานหรือกำลังตรวจสอบสภาพเครื่องมือสอง แนะนำให้ตรวจเช็กตามขั้นตอนดังนี้:
- ตรวจสอบรอบชาร์จแบตเตอรี่: ไปที่เมนู Apple > About This Mac > System Report > Power ดูที่หัวข้อ "Cycle Count" โดย Apple กำหนดรอบการใช้งานสูงสุดของรุ่นนี้ไว้ที่ 1,000 รอบ หากเข้าใกล้หรือเกินกว่านี้และสถานะขึ้น Service Battery แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มเสื่อมสภาพ
- ตรวจสอบอาการแบตเตอรี่บวม: สังเกตบริเวณ Trackpad ว่ายังสามารถกดคลิกซ้าย-ขวาได้นิ่มนวลตามปกติหรือไม่ หาก Trackpad แข็ง กดยาก หรือลอยนูนขึ้นมา เป็นสัญญาณชัดเจนว่าแบตเตอรี่ภายในเริ่มบวมและดันขึ้นมา ต้องหยุดชาร์จและเปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที
- ตรวจเช็กพอร์ตชาร์จ MagSafe 2: ทำความสะอาดหน้าสัมผัสแม่เหล็ก อย่าให้มีเศษฝุ่นโลหะเกาะ เพราะอาจทำให้เกิดประกายไฟหรือระบบชาร์จจ่ายไฟผิดปกติ
- การดูแลด้านความร้อน: เนื่องจากอายุเครื่องนานหลายปี ซิลิโคนระบายความร้อน (Thermal Paste) บนซีพียูอาจแห้งกรอบ การทำความสะอาดพัดลมระบายความร้อนและเปลี่ยนซิลิโคนใหม่จะช่วยลดเสียงพัดลมดังและช่วยให้เครื่องทำงานเต็มประสิทธิภาพ
ข้อดี-ข้อเสีย และความคุ้มค่าในการใช้งาน
MacBook Air 11 นิ้ว (Early 2014)
- ข้อดี: ตัวเครื่องเล็ก กะทัดรัด น้ำหนักเบามาก พกพาสะดวก คีย์บอร์ดขนาดมาตรฐานพิมพ์สบาย
- ข้อเสีย: ไม่มีช่องอ่าน SD Card, จอภาพมีพื้นที่แนวตั้งน้อย, แบตเตอรี่ใช้งานได้สั้นกว่ารุ่น 13 นิ้ว
MacBook Air 13 นิ้ว (Early 2014)
- ข้อดี: แบตเตอรี่อึดมาก (ใช้งานทั่วไปได้เกือบทั้งวัน), หน้าจออัตราส่วน 16:10 สบายตา, มีช่อง SDXC Card ในตัว
- ข้อเสีย: ขนาดตัวเครื่องใหญ่กว่าและน้ำหนักมากกว่ารุ่น 11 นิ้ว
น่าใช้ไหมในปัจจุบัน?
หากนำมาใช้งานเป็นเครื่องหลักในปัจจุบัน ทั้งสองรุ่นไม่เหมาะกับงานหนัก เช่น ตัดต่อวิดีโอความละเอียดสูง งานกราฟิกร่วมสมัย หรือเปิดแท็บเว็บเบราว์เซอร์จำนวนมากพร้อมกัน เนื่องจากชิปประมวลผลเป็นรุ่นเก่าและตัวเครื่องหยุดอัปเดตระบบปฏิบัติการที่ macOS Big Sur (ไม่มีอัปเดตความปลอดภัยล่าสุดแล้ว) อย่างไรก็ดี หากมองหาเครื่องสำรองสำหรับงานพิมพ์เอกสาร งานจดบันทึก หรือการพิมพ์งานนอกสถานที่ที่มีงบจำกัด รุ่นนี้ยังคงมอบประสบการณ์คีย์บอร์ดและแทร็กแพดที่ดีเยี่ยมตามมาตรฐานของ Apple
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. MacBook Air Early 2014 สามารถอัปเกรด RAM เพิ่มเติมภายหลังได้หรือไม่?
ไม่ได้ หน่วยความจำ RAM ของ MacBook Air Early 2014 ถูกฝังบอร์ด (Onboard) มาตั้งแต่กระบวนการผลิต ไม่สามารถถอดเปลี่ยนหรือใส่เพิ่มในภายหลังได้ หากต้องการประสิทธิภาพที่ดี ควรมองหารุ่นที่เป็นสเปก RAM 8GB มาตั้งแต่แรก
2. ตัวจัดเก็บข้อมูล (SSD) ของรุ่นนี้สามารถเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความจุได้หรือไม่?
สามารถเปลี่ยนได้ เนื่องจากพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเป็นโมดูลการ์ด PCIe SSD แบบถอดแยกได้ โดยสามารถเปลี่ยนเป็น SSD ความจุสูงขึ้นของ Apple ตรงรุ่น หรือใช้การ์ดแปลง (Adapter) ร่วมกับไดรฟ์ M.2 NVMe SSD บางรุ่นที่เข้ากันได้
3. MacBook Air ทั้งสองรุ่นนี้รองรับระบบปฏิบัติการ macOS เวอร์ชันล่าสุดได้หรือไม่?
ไม่รองรับ ระบบปฏิบัติการเวอร์ชันสุดท้ายที่ Apple รองรับอย่างเป็นทางการสำหรับ MacBook Air 11 นิ้ว และ 13 นิ้ว (Early 2014) คือ macOS Big Sur (เวอร์ชัน 11) เท่านั้น และไม่สามารถอัปเกรดเป็น macOS Monterey หรือเวอร์ชันที่ใหม่กว่าได้ผ่านช่องทางปกติ
ต้องการขาย MacBook รุ่นนี้?
สอบถามการประเมินตามสภาพและสเปกจริงได้ โดยราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตรวจสภาพ
รับซื้อ macbook air 11 inch Early 2014 ↗เผยแพร่: 2026-10-26 22:01:56 · แก้ไข: 2026-10-26 22:01:56