macbook pro 13 inch 2019 vs macbook pro 15 inch 2018: เปรียบเทียบสเปกและการใช้งาน
บทสรุปการเปรียบเทียบ: หากคุณต้องการความคล่องตัว น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สำหรับงานเอกสาร เขียนโค้ด แต่งภาพทั่วไป หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน MacBook Pro 13 นิ้ว (ปี 2019) ตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากคุณต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ ชิปประ


ภาพประกอบสร้างด้วย AI · โปรดตรวจสอบสเปก ราคาและวันที่เปิดตัวจากแหล่งทางการก่อนตัดสินใจ
บทสรุปการเปรียบเทียบ: หากคุณต้องการความคล่องตัว น้ำหนักเบา พกพาสะดวก สำหรับงานเอกสาร เขียนโค้ด แต่งภาพทั่วไป หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน MacBook Pro 13 นิ้ว (ปี 2019) ตอบโจทย์ได้ดีกว่า แต่หากคุณต้องการพื้นที่หน้าจอขนาดใหญ่ ชิปประมวลผล 6-Core และพลังการประมวลผลกราฟิกแยก (Discrete GPU) สำหรับงานตัดต่อวิดีโอ เรนเดอร์ 3D หรือจัดการไฟล์มัลติมีเดียหนัก ๆ MacBook Pro 15 นิ้ว (ปี 2018) จะให้ประสิทธิภาพในงานประมวลผลต่อเนื่องที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด
สเปก ชิป จอภาพ และพอร์ตการเชื่อมต่อ
ทั้งสองรุ่นใช้สถาปัตยกรรม Intel รุ่นที่ 8 (Coffee Lake) แต่มีการจัดสรรพลังงานและกลุ่มเป้าหมายการใช้งานที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยมีรายละเอียดทางเทคนิคที่ผ่านการตรวจสอบจาก Apple ดังนี้
- MacBook Pro 13 นิ้ว (2019): ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i5 หรือ i7 แบบ Quad-core (4-Core) กราฟิกออนบอร์ด Intel Iris Plus Graphics 645 (รุ่น Thunderbolt 3 สองพอร์ต) หรือ 655 (รุ่น Thunderbolt 3 สี่พอร์ต) หน้าจอ Retina ขนาด 13.3 นิ้ว ความละเอียด 2560 x 1600 พิกเซล ความสว่าง 500 nits รองรับขอบเขตสีกว้าง P3 และเทคโนโลยี True Tone น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.37 กิโลกรัม
- MacBook Pro 15 นิ้ว (2018): ขับเคลื่อนด้วยโปรเซสเซอร์ Intel Core i7 หรือ Core i9 แบบ 6-Core พร้อมการ์ดจอแยก AMD Radeon Pro 555X หรือ 560X (VRAM GDDR5 ขนาด 4GB) และระบบสลับกราฟิกอัตโนมัติร่วมกับ Intel UHD Graphics 630 หน้าจอ Retina ขนาด 15.4 นิ้ว ความละเอียด 2880 x 1800 พิกเซล ความสว่าง 500 nits ขอบเขตสีกว้าง P3 และ True Tone พอร์ต Thunderbolt 3 จำนวน 4 พอร์ต น้ำหนักเครื่องอยู่ที่ 1.83 กิโลกรัม
| คุณสมบัติ | MacBook Pro 13 นิ้ว (2019) | MacBook Pro 15 นิ้ว (2018) |
|---|---|---|
| ชิปประมวลผล (CPU) | Intel Core i5 / i7 แบบ 4-Core | Intel Core i7 / i9 แบบ 6-Core |
| กราฟิก (GPU) | Intel Iris Plus Graphics 645 / 655 | AMD Radeon Pro 555X / 560X (กราฟิกแยก) |
| หน้าจอแสดงผล | 13.3 นิ้ว (2560 x 1600) True Tone | 15.4 นิ้ว (2880 x 1800) True Tone |
| พอร์ต Thunderbolt 3 | 2 พอร์ต หรือ 4 พอร์ต (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย) | 4 พอร์ต |
| ระบบเสียง | ลำโพงสเตอริโอพร้อมช่วงไดนามิกสูง | ลำโพงสเตอริโอพลังเสียงคมชัด เบสลึกขึ้น |
| น้ำหนัก | 1.37 กิโลกรัม | 1.83 กิโลกรัม |
ปีเปิดตัว ราคาเปิดตัว และปัจจัยที่มีผลต่อราคามือสอง
MacBook Pro 15 นิ้ว เปิดตัวในเดือนกรกฎาคม ปี 2018 โดยมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นในประเทศไทยอยู่ที่ 85,900 บาท ขณะที่ MacBook Pro 13 นิ้ว รุ่นปี 2019 เปิดตัวตามมาระหว่างปี 2019 (รุ่น 4 พอร์ตเปิดตัวพฤษภาคม 2019 และรุ่น 2 พอร์ตเปิดตัวกรกฎาคม 2019) โดยมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นสำหรับรุ่นล่างสุดอยู่ที่ 42,900 บาท
ในตลาดซื้อขายเครื่องมือสองในปัจจุบัน มูลค่าของทั้งสองรุ่นไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาเปิดตัวเดิมเป็นหลัก แต่ขึ้นอยู่กับปัจจัยสภาพเครื่อง ดังนี้:
- สภาพคีย์บอร์ด (Butterfly Keyboard): ทั้งสองรุ่นใช้กลไกปีกผีเสื้อ ซึ่งมีความเสี่ยงต่อฝุ่นและปุ่มเบิ้ล เครื่องที่แป้นพิมพ์ยังทำงานได้สมบูรณ์หรือเคยผ่านการเคลมเปลี่ยนชุดกะเปาะคีย์บอร์ดใหม่จะมีมูลค่าดีกว่า
- รอบการชาร์จและสุขภาพแบตเตอรี่ (Cycle Count & Battery Health): แบตเตอรี่ที่ยังไม่บวมและเก็บประจุได้เกิน 80% เป็นปัจจัยหลักที่ผู้ซื้อพิจารณา
- สภาพสารเคลือบหน้าจอ (Anti-Reflective Coating): การลอกของสารเคลือบหน้าจอ (Stain Gate) หรือรอยขอบยางจอเสื่อมสภาพ
- ความจุ RAM และ SSD: รุ่นที่อัปเกรด RAM มาเป็น 16GB หรือ 32GB (ในรุ่น 15 นิ้ว) รวมถึงความจุ 512GB ขึ้นไป จะมีมูลค่าการใช้งานสูงกว่ารุ่นเริ่มต้น
เปรียบเทียบการใช้งานจริงและข้อจำกัดของแต่ละรุ่น
1. ประสิทธิภาพการประมวลผลและงานกราฟิก
MacBook Pro 15 นิ้ว (2018) ได้เปรียบในงานหนัก เนื่องจากมีแกนประมวลผล 6 แกน และมีการ์ดจอแยก AMD Radeon Pro ทำให้การตัดต่อวิดีโอ 4K การเรนเดอร์งาน Premiere Pro, Final Cut Pro หรือการต่อจอแยกความละเอียดสูงทำได้ลื่นไหลกว่ามาก ส่วนรุ่น 13 นิ้ว (2019) ใช้กราฟิกแบบรวม เหมาะกับงานเว็บ การจัดการเอกสาร งานเขียนโค้ดทั่วไป และตกแต่งภาพ Photoshop/Lightroom หากนำไปตัดต่อวิดีโอขนาดยาวหรือเอฟเฟกต์ซับซ้อน พัดลมจะทำงานเต็มที่และเกิดความร้อนสะสมได้ไวกว่า
2. ความคล่องตัวและการพกพา
MacBook Pro 13 นิ้ว (2019) ชนะเรื่องความคล่องตัว ด้วยขนาดกะทัดรัดและน้ำหนักเพียง 1.37 กิโลกรัม ใส่กระเป๋าเป้ทำงานหรือใช้งานในพื้นที่แคบ เช่น ร้านกาแฟหรือบนรถไฟได้สะดวก ในขณะที่รุ่น 15 นิ้วมีน้ำหนัก 1.83 กิโลกรัม บวกกับขนาดอะแดปเตอร์แปลงไฟ 87W ที่ใหญ่และหนักกว่า ทำให้การพกพาเดินทางทุกวันสร้างภาระให้กับผู้ใช้งานมากกว่า
3. กลไกคีย์บอร์ดและข้อจำกัดระยะยาว
จุดอ่อนสำคัญของทั้งสองรุ่นคือการใช้คีย์บอร์ดแบบปีกผีเสื้อ (Butterfly Mechanism) แม้ว่ารุ่น 13 นิ้ว (2019) จะใช้คีย์บอร์ดเจเนอเรชันที่ 4 ซึ่งเพิ่มแผ่นเมมเบรนชนิดใหม่เพื่อลดปัญหาฝุ่นเข้าไปติด แต่ก็ยังคงมีโอกาสเกิดอาการปุ่มกดไม่ติดหรือปุ่มเบิ้ลได้เช่นเดียวกับรุ่น 15 นิ้ว (2018) นอกจากนี้ เครื่องตระกูล Intel กำลังเข้าสู่ช่วงปลายของการรองรับเวอร์ชัน macOS ใหม่ ๆ จาก Apple ในอนาคต
เทคนิคการใช้งาน การดูแลแบตเตอรี่ และวิธีตรวจสอบสภาพเครื่อง
การเลือกซื้อหรือดูแลรักษาเครื่อง MacBook Pro Intel ทั้งสองรุ่นนี้ มีแนวทางที่ผู้ใช้งานควรปฏิบัติดังนี้:
- การดูแลแบตเตอรี่: เปิดใช้งานฟังก์ชัน "การชาร์จเพื่อถนอมแบตเตอรี่" (Optimized Battery Charging) ในการตั้งค่าระบบ หลีกเลี่ยงการใช้งานเครื่องบนที่นอนหรือผ้านวม เพราะจะปิดกั้นช่องระบายอากาศด้านข้างและด้านหลัง ทำให้เครื่องสะสมความร้อนสูงซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้แบตเตอรี่บวม
- วิธีตรวจเช็กแป้นพิมพ์: เปิดแอปพลิเคชัน TextEdit แล้วทดสอบกดทุกปุ่ม โดยเฉพาะ Spacebar, ปุ่ม Delete และตัวอักษร E, A, S, I เพื่อดูว่ามีการตอบสนองซ้ำ (ปุ่มเบิ้ล) หรือกดไม่ติดหรือไม่
- วิธีตรวจสภาพแบตเตอรี่: กดปุ่ม Option ค้างไว้ แล้วคลิกที่ไอคอนแบตเตอรี่บนแถบเมนูด้านบน ตรวจดูสถานะว่าขึ้นเป็น "ปกติ" (Normal) หรือ "แนะนำให้เข้ารับบริการ" (Service Recommended)
- ตรวจเช็กหน้าจอ: เปิดภาพพื้นหลังสีขาวและสีดำเต็มจอ เพื่อตรวจสอบจุดพิกเซลเสีย (Dead/Bright Pixel) และตรวจหารอยด่างของสารกันสะท้อนแสงรอบขอบจอ
ข้อดี-ข้อเสีย และความคุ้มค่า น่าใช้ไหม?
MacBook Pro 13 นิ้ว (2019)
- ข้อดี: พกพาสะดวก ตัวเครื่องกะทัดรัด น้ำหนักเบา ประหยัดพลังงานเมื่อใช้งานทั่วไป ได้คีย์บอร์ดปีกผีเสื้อรุ่นปรับปรุงตัวล่าสุด
- ข้อเสีย: กราฟิกออนบอร์ดไม่เหมาะกับงานตัดต่อ 3D/วิดีโอหนัก รุ่นเริ่มต้นให้พอร์ต Thunderbolt 3 มาเพียง 2 พอร์ต
MacBook Pro 15 นิ้ว (2018)
- ข้อดี: พลังประมวลผล 6-Core การ์ดจอแยก หน้าจอขนาดใหญ่ทำงานสะดวก ลำโพงให้มิติเสียงและเบสที่ดีเยี่ยม พอร์ต Thunderbolt 3 ครบ 4 พอร์ตทุกโมเดล
- ข้อเสีย: น้ำหนักมาก ตัวเครื่องร้อนเร็วเมื่อชิปและ GPU ทำงานพร้อมกัน อัตราสิ้นเปลืองพลังงานแบตเตอรี่สูง
น่าใช้ไหม? หากมองในแง่ความคุ้มค่าด้านงบประมาณ ทั้งสองรุ่นยังสามารถทำงานพื้นฐานในชีวิตประจำวันได้ดี แต่ต้องยอมรับความเสี่ยงเรื่องคีย์บอร์ดปีกผีเสื้อและอายุการรองรับระบบปฏิบัติการ แต่หากคุณมีงบประมาณเพียงพอ การขยับไปเลือกรุ่นชิป Apple Silicon (เช่น MacBook Air M1 หรือ MacBook Pro ตระกูล M) จะให้ประสิทธิภาพ ความเร็ว ความเงียบ และอายุการใช้งานแบตเตอรี่ที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาวอย่างมาก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. MacBook Pro 15 นิ้ว (2018) ทำงานตัดต่อวิดีโอ 4K ได้ลื่นไหลกว่ารุ่น 13 นิ้ว (2019) มากไหม?
ทำได้ลื่นไหลกว่าชัดเจน เนื่องจากรุ่น 15 นิ้วมี GPU แยก (AMD Radeon Pro) ที่ช่วยประมวลผลเอฟเฟกต์ การเรนเดอร์ไทม์ไลน์ และการส่งออกไฟล์วิดีโอความละเอียดสูง ในขณะที่รุ่น 13 นิ้วต้องพึ่งพากราฟิกออนบอร์ด ซึ่งทำให้ระบบใช้เวลานานกว่าและเกิดความร้อนสูงสะสม
2. ทั้งสองรุ่นนี้ คีย์บอร์ดพิมพ์มีปัญหาเหมือนกันหรือไม่?
ทั้งคู่ใช้คีย์บอร์ดกลไกปีกผีเสื้อ (Butterfly Mechanism) ที่ไวต่อเศษฝุ่น แม้ว่ารุ่น 13 นิ้ว (2019) จะใช้การออกแบบรุ่นปรับปรุงวัสดุภายในเมมเบรน แต่ยังคงมีโอกาสเกิดปัญหาปุ่มค้างหรือปุ่มเบิ้ลได้เช่นกัน จึงจำเป็นต้องดูแลความสะอาดเป็นพิเศษ
3. รุ่น 13 นิ้ว 2019 สองพอร์ต กับ สี่พอร์ต ต่างกันอย่างไร?
รุ่น 2 พอร์ตใช้ซีพียู Intel Core i5 1.4 GHz พร้อมการ์ดจอ Intel Iris Plus Graphics 645 และมีพัดลมระบายความร้อนตัวเดียว ส่วนรุ่น 4 พอร์ตใช้ซีพียูความเร็วฐานสูงกว่า พร้อมการ์ดจอ Iris Plus Graphics 655 และมีพัดลมระบายความร้อนคู่ ช่วยให้ระบายความร้อนเมื่อใช้งานหนักได้ดีกว่า
ต้องการขาย MacBook รุ่นนี้?
สอบถามการประเมินตามสภาพและสเปกจริงได้ โดยราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตรวจสภาพ
รับซื้อ macbook pro 13 inch 2019 ↗เผยแพร่: 2026-10-29 22:02:19 · แก้ไข: 2026-10-29 22:02:19