macbook pro retina 15 inch 2015 vs macbook pro retina 13 inch 2015: เปรียบเทียบสเปกและการใช้งาน
บทสรุปสั้น: สำหรับผู้ที่เลือกระหว่าง MacBook Pro Retina 15 นิ้ว (Mid 2015) และ MacBook Pro Retina 13 นิ้ว (Early 2015) ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ "ประสิทธิภาพการประมวลผล" และ "ความคล่องตัวในการพกพา" รุ่น 15 นิ้วให้พลังการทำงานที่เหนื


ภาพประกอบสร้างด้วย AI · โปรดตรวจสอบสเปก ราคาและวันที่เปิดตัวจากแหล่งทางการก่อนตัดสินใจ
บทสรุปสั้น: สำหรับผู้ที่เลือกระหว่าง MacBook Pro Retina 15 นิ้ว (Mid 2015) และ MacBook Pro Retina 13 นิ้ว (Early 2015) ความแตกต่างสำคัญอยู่ที่ "ประสิทธิภาพการประมวลผล" และ "ความคล่องตัวในการพกพา" รุ่น 15 นิ้วให้พลังการทำงานที่เหนือกว่าด้วยซีพียู Quad-core, แรมมาตรฐาน 16GB และมีตัวเลือกการ์ดจอแยก AMD จึงเหมาะกับงานตัดต่อ เขียนโค้ด หรือมัลติทาสก์หนัก ๆ ส่วนรุ่น 13 นิ้วขับเคลื่อนด้วยซีพียู Dual-core น้ำหนักเบากว่า พกพาสะดวกกว่า และแบตเตอรี่ใช้งานทั่วไปได้ยาวนานกว่า ทั้งสองรุ่นถือเป็นโน้ตบุ๊กคลาสสิกของ Apple ที่ยังคงมีพอร์ตเชื่อมต่อครบครันและคีย์บอร์ดแบบ Scissor Switch ที่ทนทาน
ตารางเปรียบเทียบสเปก MacBook Pro Retina 15 นิ้ว vs 13 นิ้ว (รุ่นปี 2015)
ทั้งสองรุ่นเปิดตัวในปี 2015 โดยมีสเปกทางเทคนิคที่เป็นทางการจาก Apple ดังนี้
| คุณสมบัติ | MacBook Pro Retina 15 นิ้ว (Mid 2015) | MacBook Pro Retina 13 นิ้ว (Early 2015) |
|---|---|---|
| ช่วงเวลาเปิดตัว | พฤษภาคม 2015 (Mid 2015) | มีนาคม 2015 (Early 2015) |
| หน่วยประมวลผล (CPU) | Intel Core i7 แบบ Quad-core 2.2GHz / 2.5GHz / 2.8GHz (Gen 4 Haswell) | Intel Core i5 แบบ Dual-core 2.7GHz / 2.9GHz หรือ Core i7 3.1GHz (Gen 5 Broadwell) |
| ระบบกราฟิก (GPU) | Intel Iris Pro Graphics หรือเพิ่ม AMD Radeon R9 M370X (VRAM 2GB GDDR5) | Intel Iris Graphics 6100 (Integrated) |
| หน่วยความจำ (RAM) | 16GB 1600MHz DDR3L (ออนบอร์ด) | 8GB หรือ 16GB 1866MHz LPDDR3 (ออนบอร์ด) |
| จอภาพ | 15.4 นิ้ว Retina Display (2880 x 1800 พิกเซล, 220 ppi) | 13.3 นิ้ว Retina Display (2560 x 1600 พิกเซล, 227 ppi) |
| พอร์ตเชื่อมต่อ | MagSafe 2, Thunderbolt 2 (x2), USB 3.0 (x2), HDMI, ช่องใส่ SDXC, แจ็ก 3.5 มม. | MagSafe 2, Thunderbolt 2 (x2), USB 3.0 (x2), HDMI, ช่องใส่ SDXC, แจ็ก 3.5 มม. |
| แทร็คแพด | Force Touch Trackpad | Force Touch Trackpad |
| น้ำหนักตัวเครื่อง | ประมาณ 2.04 กิโลกรัม | ประมาณ 1.58 กิโลกรัม |
| ระบบปฏิบัติการสูงสุดที่เป็นทางการ | macOS Monterey (12.x) | macOS Monterey (12.x) |
ข้อมูลราคาเปิดตัวและปัจจัยกำหนดราคามือสอง
ณ วันเปิดตัวในประเทศไทย ปี 2015 รุ่น 13 นิ้วมีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 43,900 บาท (ความจุ 128GB) ไปจนถึง 59,900 บาท (ความจุ 512GB) ขณะที่รุ่น 15 นิ้วจัดเป็นแล็ปท็อปประสิทธิภาพสูงระดับมืออาชีพ มีราคาเปิดตัวเริ่มต้นที่ 66,900 บาท สำหรับรุ่นการ์ดจอออนบอร์ด และ 84,900 บาท สำหรับรุ่นท็อปที่มีการ์ดจอแยก AMD Radeon R9 M370X
สำหรับมูลค่าในตลาดมือสองในปัจจุบันจะไม่มีราคากลางตายตัว โดยมูลค่าขึ้นอยู่กับปัจจัยสำคัญหลายประการ ได้แก่:
- รุ่นกราฟิกของจอ 15 นิ้ว: รุ่นที่มีชิปการ์ดจอแยก AMD มักได้รับความสนใจมากกว่า แต่ผู้ซื้อบางกลุ่มก็นิยมรุ่นการ์ดจอในตัว (Iris Pro) เพื่อลดความเสี่ยงด้านความร้อนสะสม
- ขนาด RAM ของรุ่น 13 นิ้ว: เครื่องที่เลือกสั่งพิเศษเป็น RAM 16GB มาจากโรงงานจะมีมูลค่าและความต้องการสูงกว่ารุ่นมาตรฐาน 8GB เนื่องจากไม่สามารถอัปเกรดภายหลังได้
- สภาพสารเคลือบหน้าจอ (Anti-Reflective Coating): หน้าจอที่ไม่มีอาการลอก (Staingate) จะมีราคาสูงกว่าเครื่องที่มีตำหนิอย่างเห็นได้ชัด
- รอบการชาร์จและสุขภาพแบตเตอรี่ (Battery Cycle Count): เครื่องที่เปลี่ยนแบตเตอรี่แท้หรือมีรอบการใช้งานต่ำ จะมีภาษีดีกว่าในตลาดมือสอง
เปรียบเทียบประสิทธิภาพและการใช้งานจริง
1. ด้านความเร็วและการประมวลผล
MacBook Pro Retina 15 นิ้ว ได้เปรียบอย่างเด่นชัดในงานที่ต้องอาศัยการประมวลผลหลายคอร์ (Multi-Core) ด้วยสถาปัตยกรรม Quad-core 8 เธรด ทำงานร่วมกับ RAM 16GB เป็นมาตรฐาน จึงเหมาะกับงานเขียนโค้ด งานกราฟิก Photoshop/Illustrator หลายเลเยอร์ หรืองานตัดต่อวิดีโอทั่วไป ในขณะที่รุ่น 13 นิ้วเป็นแบบ Dual-core แม้ชิปจะเป็นรหัส Broadwell ที่มีเทคโนโลยีใหม่กว่าหนึ่งรุ่นและประหยัดไฟกว่า แต่ประสิทธิภาพการเรนเดอร์หนัก ๆ จะช้ากว่ารุ่น 15 นิ้วอย่างมีนัยสำคัญ
2. การพกพาและการจัดการพลังงาน
หากต้องพกพาไปเรียนหรือทำงานนอกบ้านเป็นประจำ รุ่น 13 นิ้วตอบโจทย์ได้ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด ด้วยน้ำหนัก 1.58 กิโลกรัม ขนาดที่กะทัดรัดใส่กระเป๋าเป้ขนาดมาตรฐานได้สบาย และแบตเตอรี่ที่กินพลังงานน้อยกว่า ส่วนรุ่น 15 นิ้ว มีน้ำหนักตัวเครื่อง 2.04 กิโลกรัม และต้องใช้อะแดปเตอร์ MagSafe 2 ขนาด 85W ซึ่งมีขนาดใหญ่และหนักกว่าอะแดปเตอร์ 60W ของรุ่น 13 นิ้ว
เทคนิคการใช้งาน การดูแลแบตเตอรี่ และการตรวจสอบสภาพเครื่อง
เนื่องจากทั้งสองรุ่นมีอายุการใช้งานมานาน การตรวจสอบสภาพและดูแลรักษาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง:
- ตรวจสอบประวัติแบตเตอรี่รุ่น 15 นิ้ว: Apple เคยมีโครงการเรียกคืนแบตเตอรี่ (Battery Recall Program) สำหรับรุ่น 15 นิ้วที่จำหน่ายระหว่างเดือนกันยายน 2015 ถึงกุมภาพันธ์ 2017 เนื่องจากความเสี่ยงเรื่องความร้อนสูงจนเกิดเพลิงไหม้ ควรนำหมายเลขเครื่อง (Serial Number) ตรวจสอบกับระบบของ Apple ว่าได้รับการเปลี่ยนแบตเตอรี่แล้วหรือไม่
- ตรวจเช็กคราบสารเคลือบจอลอก (Staingate): สังเกตบริเวณขอบจอภาพและรอยรอบกล้อง FaceTime ว่ามีสารเคลือบกันสะท้อนลอกเป็นรอยด่างหรือไม่ หากมี อาจส่งผลต่อทัศนวิสัยเมื่อใช้งานกลางแจ้ง
- การดูแลแบตเตอรี่: หลีกเลี่ยงการเสียบสายชาร์จทิ้งไว้ในบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง ควรตั้งค่าระบบประหยัดพลังงาน และหากแบตเตอรี่เริ่มมีอาการดันบวมจนแทร็คแพดคลิกยาก ต้องหยุดใช้งานและส่งเปลี่ยนทันทีเพื่อความปลอดภัย
- การทำความสะอาดระบบระบายความร้อน: แนะนำให้เป่าฝุ่นบริเวณพัดลมและช่องระบายอากาศ รวมถึงพิจารณาเปลี่ยนซิลิโคนระบายความร้อน (Thermal Paste) บนชิป CPU/GPU เพื่อรักษาอุณหภูมิการทำงานให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ
ข้อดี ข้อเสีย และความคุ้มค่าในการใช้งาน
MacBook Pro Retina 15 นิ้ว (Mid 2015)
- ข้อดี: พลังประมวลผล Quad-core สูง, หน้าจอใหญ่ 15.4 นิ้วทำงานได้เต็มตา, RAM 16GB เป็นมาตรฐาน, มีพอร์ตครบโดยไม่ต้องใช้ดองเกิล
- ข้อเสีย: ตัวเครื่องและอะแดปเตอร์มีน้ำหนักมาก, ความร้อนสะสมสูงกว่า, มีประวัติความเสี่ยงเรื่องแบตเตอรี่ในบางล็อต
MacBook Pro Retina 13 นิ้ว (Early 2015)
- ข้อดี: ตัวเครื่องกะทัดรัด น้ำหนักเบากว่า พกพาสะดวก, ใช้พลังงานน้อยกว่า แบตเตอรี่อยู่ได้นาน, ความร้อนต่ำกว่า
- ข้อเสีย: ซีพียู Dual-core ไม่เหมาะกับงานเรนเดอร์หนัก, เครื่องส่วนใหญ่ในตลาดมี RAM เพียง 8GB ซึ่งเริ่มจำกัดสำหรับการใช้งานเปิดแอปพลิเคชันพร้อมกันในปัจจุบัน
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ทั้งสองรุ่นสามารถอัปเดตระบบปฏิบัติการ macOS ได้ถึงรุ่นใด?
ทั้ง MacBook Pro Retina 13 นิ้ว และ 15 นิ้ว ปี 2015 รองรับระบบปฏิบัติการสูงสุดอย่างเป็นทางการถึง macOS Monterey (macOS 12) และไม่ได้รับการรองรับบน macOS Ventura, Sonoma หรือรุ่นที่ใหม่กว่าอย่างเป็นทางการจาก Apple
2. หน่วยความจำ (RAM) และพื้นที่เก็บข้อมูล (SSD) สามารถอัปเกรดได้หรือไม่?
RAM ถูกฝังติดกับแผงวงจรหลัก (Onboard) ไม่สามารถอัปเกรดหรือเปลี่ยนได้หลังจากซื้อ ส่วนตัวจัดเก็บข้อมูล SSD เป็นแบบสล็อตเสียบเฉพาะของ Apple สามารถถอดเปลี่ยนเพื่อเพิ่มความจุได้ หรือใช้หัวแปลงเพื่อใส่ SSD แบบ M.2 NVMe ทั่วไปได้
3. ยังน่าซื้อมาใช้งานอยู่หรือไม่?
ยังคงใช้งานได้ดีสำหรับงานเอกสาร, ท่องเว็บ, ชมสื่อบันเทิง, ตกแต่งรูปภาพเบื้องต้น หรืองานเขียนโปรแกรมระดับเริ่มต้น ด้วยข้อดีของคีย์บอร์ดที่พิมพ์สบายและพอร์ตเชื่อมต่อที่ครบครัน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากซอฟต์แวร์หยุดอัปเดตรุ่นใหม่แล้ว จึงควรคำนึงถึงความเข้ากันได้ของแอปพลิเคชันที่ต้องใช้งานในระยะยาวด้วย
บทสรุปสำหรับผู้บริโภค
หากคุณต้องการเครื่องสำหรับทำงานตั้งโต๊ะเป็นหลัก มีงบประมาณจำกัด แต่ต้องการหน้าจอขนาดใหญ่ พลังประมวลผลแบบ 4 คอร์ และ RAM 16GB เพื่อจัดการงานตัดต่อหรืองานกราฟิก MacBook Pro Retina 15 นิ้ว (Mid 2015) คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่ามากกว่า แต่หากโจทย์หลักของคุณคือการพกพาไปทำงานนอกสถานที่ พิมพ์งาน นำเสนองาน และใช้งานทั่วไป MacBook Pro Retina 13 นิ้ว (Early 2015) จะให้ความคล่องตัวและจัดการพลังงานได้เหมาะสมกับการเดินทางมากกว่าอย่างชัดเจน
ต้องการขาย MacBook รุ่นนี้?
สอบถามการประเมินตามสภาพและสเปกจริงได้ โดยราคาสุดท้ายขึ้นอยู่กับการตรวจสภาพ
รับซื้อ macbook pro retina 15 inch 2015 ↗เผยแพร่: 2026-10-12 22:11:32 · แก้ไข: 2026-10-12 22:11:32